วันพฤหัสบดีที่ 5 มกราคม พ.ศ. 2555

บทที่ 2.4 Pronomen ตอนที่ 2

ต่อจาก บทความที่แล้ว นะครับ

Subjekt [ซุ๊บ-เย็ค] คือ ประธานของประโยค

direktes Objekt [ดิ-เร็ค-เตส-อ๊อบ-เย็ค] คือ ผมไม่รู้ว่าภาษาไทยเขาเรียกว่าอะไรนะ แต่ถ้าจะผมแปลแบบตรงตัว ก็คือ กรรมตรง -*- ใช้ตัวอย่างอธิบายดีกว่า น่าจะเข้าใจง่ายกว่า
 - Ich schicke einen Brief. [อิ๊กช์-ชิ๊ก-เก่-อาย-เน่น-บรีฟ] ฉันส่งจดหมายหนึ่งฉบับ จดหมายเป็น direktes Objekt

indirektes Objekt [อิน-ดิ-เร็ค-เตส-อ๊อบ-เย็ค] คือกรรมแบบไม่ตรง -*- เอาตัวอย่างเมื่อกี้มาต่อน่าจะทำให้เข้าใจง่ายขึ้น
 - Ich schicke dir einen Brief. [อิ๊กช์-ชิ๊ก-เก่-เตียร์-อาย-เน่น-บรีฟ] ฉันส่งจะหมายไปให้เธอหนึ่งฉบับ จะเห็นว่า ในประโยคนี้จะมีกรรมสองตัว นั่นก็คือ จดหมาย กับ เธอ จดหมายเป็น direktes Objekt ส่วนเธอเป็น indirektes Objekt
 - Ich kaufe ihm zwei Bonbons. [อิ๊กช์-เค๋า-เฟ่-อีม-สไว-บอน-บอน] ฉันซื้อลูกอมสองเม็ดให้เขา
ประโยคนี้ก็มีกรรมสองตัวเหมือนกันนะครับ ลูกอม กับ เขา  ลูกอมจะเป็น direktes Objekt ส่วนเขาเป็น indirektes Objekt
คือถ้าแปลเป็นภาษาไทย ส่วนใหญ่ indirektes จะมีคำว่า ให้ นำหน้า แต่ไม่ตลอดนะครับ แต่สำหรับตอนนี้จำแบบนี้ไปก่อนก็ได้ครับ

ตอนแรกว่าจะเขียน Possesivpronomen รวมกับบทความนี้เลย แต่พอลองเขียนไปแล้ว มันยาวเกิน เลยทำเป็นบทความแยก ยังไงก็รอติดตามได้นะครับ

วันพุธที่ 4 มกราคม พ.ศ. 2555

บทที่ 2.3 สรรนาม Pronomen

Fürwort [เฟี่ย-วอต] หรือ Pronomen [โพร-โน-เม่น] แปลแบบตรงตัวก็จะแปลว่า แทนคำนาม นั่นก็คือคำที่ใช้แทนคำนามนั่นเอง

อธิบายแบบนี้อาจจะไม่เห็นภาพ มายกตัวอย่างกัน อย่างเช่น สรรนามของ แมว ในภาษาไทยก็จะใช้คำว่า มัน

สรรนาม หรือ Pronomen ในภาษาเยอรมันแบ่งย่อยๆได้เป็นเกือบสิบแบบ หรือ อาจจะถึงสิบ แต่ตอนนี้ยังไม่สำคัญ วันนี้เราจะมาทำความรู้จักกันแค่ 2 แบบ มากกว่านี้เดี่ยวจะงงนะครับ

นั่นก็คือ Personalpronomen [แพร์-โซน-นาล-โพร-โน-เม่น] กับ Possessivpronomen [โพส-เซ็ส-ซีฟ-โพร-โน-เม่น] ที่เราได้พูดถึงใน บทความ Artikel นะครับ

Personalpronomen : คำนี้มาจากการรวมตัวกันของสองคำ นั่นก็คือ Person [แพร์-โซน] ที่แปลว่า บุคคล กับ Pronomen ที่แปลว่าสัพนาม รวมกันก็จะเป็น สัพนามแทนบุคคล แต่บุคคลในที่นี้ไม่ได้หมายถึงเฉพาะคนนะครับ แต่หมายถึงคำนามทั้งหมดเลย ทั้งคน สัตว์ หรือว่า สิ่งของ หรือแม้แต่การกระทำ มาดูตารางนี้กันครับ
                                                         Subjekt        direktes Objekt         indirektes Objekt
erste Person singular                               ich                   mich                         mir
zweite Person singular                             du                    dich                          dir
dritte Person singular                          er/sie/es           ihn/sie/es                 ihm/ihr/ihm
erste Person plural                                  wir                    uns                          uns
zweite Person plural                                ihr                    euch                        euch
dritte Person plural                                  sie                     sie                         ihnen

หลายคนคงกำลังมีอาการแบบนี้ ฮืม อะไรของมัน -*-
มาทำความรู้จักกันทีละอย่าง


erste Person [แอซ-เต่-แพ่ร์-โซน] บุคคลที่ 1 หมายถึงคนพูดนะครับ ฉัน หรือ พวกเรา
zweite Person [ซไว-เต่-แพร์-โซน] บุคคลที่ 2 หมายถึงคนที่กำลังพูดด้วย เธอ หรือ พวกเธอ
dritte Person [ตริต-เต่-แพร์-โซน] บุคคลที่ 3 หมายถึงคนที่ถูกพูดถึง เขา เธอ มัน พวกเขา พวกเธอ พวกมัน

singular [ซิง-กู-ล่า] หมายถึง 1 นั่นก็คือจำนวนของบุคคล ฉัน เธอ เขา มัน
plural [พลัว-ร่าล] หมายถึง เยอะ หรือ หลายคนนั้นเอง พวกเรา พวกเธอ พวกเขา พวกมัน

มาดูกันว่าอะไรแปลว่าอะไร

ฉัน - ich [อิ๊กช์] , mich [มิค] , mir [เมียร์]
เธอ - du [ตู้] , dich [ติ๊ค] , dir [เตียร์]   (เธอที่เป็นบุคคลที่ 2)
เขา - er [แอร์] , ihn [อีน] , ihm [อีม]
เธอ - sie [ซี] , ihr [เอียร์]    (เธอที่เป็นผู้หญิงที่ถูกพูดถึง , หล่อน)
มัน - es [เอส] , ihm [อีม]
พวกเรา - wir [เวียร์] , uns [อุนส์]
พวกเธอ - ihr [เอียร์] , euch [อ๊อยค์]    (พวกเธอที่เป็นบุคคลที่ 2)
พวกเขา , พวกเธอ , พวกมัน - sie [ซี] , ihnen [อีน-เน่น]

จะเห็นได้ว่าคำบางคำเขียนเหมือนกัน อ่านเหมือนกัน แต่ความหมายไม่เหมือนกัน
แล้วเอ๊ะ แล้วจะแยกออกได้ยังไง แบบ sie จะแปลว่า เธอ หรือว่า พวกเขา คำตอบก็คือต้องดูที่คำกิริยาในประโยคนั้น ซึ่งเราจะทำความรู้จักในบทความต่อๆไป

พิมเพลิน มาดูอีกที ยาวขนาดนี้แล้ว XD
แล้วนี่ก็ยังไม่รู้เลยว่า Subjekt , direktes Objekt กับ indirektes Objekt คืออะไร
ไว้มาต่อกันบทความต่อไปแล้วกันนะครับ ยาวเกินไม่ดี แล้วอ่านแล้วจำไม่ได้

nack

วันอังคารที่ 3 มกราคม พ.ศ. 2555

บทที่ 2.2 Der Artikel

สวัสดีครับ หลังจากที่ทำความรู้จักกับคำนามไปแล้ว และในบทความนั้นผมได้พูดถึง Artikel [อาร์-ทิ-เคิ้ล]
หลายคนคงสงสัยว่า มันคืออะไร

Artikel ก็คือคำนำหน้าคำนามครับ ในภาษาไทยนั้นไม่มีคำชนิดนี้ แต่ถ้าเทียบกับภาษาอังกฤษก็จะคล้ายๆกับ a , an , the
เมื่อรู้แล้วว่า Artikel คืออะไร เราก็มาดูกันวัน Artikel ในภาษาเยอรมันนั้นมีอะไรบ้าง และใช้ยังไง
Artikel ในภาษาเยอรมันแบ่งเป็น 2 แบบ นั่นก็คือ bestimmter Artikel [เบ่-ชติม-เต้อร์-อาร์-ทิ-เคิ้ล] และ unbestimmter Artiel [อุน-เบ่-ชติม-เต้อร์-อาร์-ทิ-เคิ้ล] จะสังเกตุได้ว่าสองคำนี้จะต่างกันแค่ตัว un ข้างหน้านะครับ การเอา un มาไว้ข้างหน้าคำไหน จะเป็นการทำให้คำๆนั้นมีความหมายตรงกันข้าม อันนี้ยังไม่ต้องจำก็ได้นะครับ ถือว่าเป็นความรู้เสริม อ่านผ่านๆ ในบทนี้ผมอยากให้เน้นตัว Artikel มากกว่า

bestimmter Artikel ก็คือ Artikel ที่ใช้แบบเจาะจงนะครับ อย่างเช่น das Haus [ดาส-เฮ้าส์] ก็จะหมายถึงบ้านหลังนั้น ส่วน unbestimmter Artikel ก็คือ Artikel ที่ใช้แบบไม่เจาะจง อย่างเช่น ein Haus [อายน์-เฮ้าส์] ก็จะหมายถึงบ้านหนึ่งหลัง แต่ไม่ได้เจาะจงว่าหลังไหน
ถ้าใครได้อ่านบทความคำนาม ก็จะรู้ว่าคำนามในภาษาเยอรมันนั้นมีเพศนะครับ แล้วแต่ละเพศก็จะมี Artikel ของมันนะครับ
                                                   Bestimmtes Artikel                         Unbestimmtes Artikel
เพศชาย                                                  der [แดร์]                                                                ein [อายน์]
เพศหญิง                                                 die [ดี]                                                                     eine [อาย-เน่]
เพศกลาง                                               das [ดาส]                                                                ein [อายน์]
(*จำนวนมาก [Plural]                    die [ดี]                                                                             -             )
ตอนนี้เอาแค่นี้ก่อนละกันนะครับ เพราะความจริง Artikel นั้นจะเปลี่ยนรูปแบบไปตามหน้าที่ในประโยคของคำนาม แต่ถ้าให้มาอธิบายตอนนี้ คนอ่านคงปวดหัวแย่ 

ในภาษาเยอรมันคำนามทุกคำ(ยกเว้นถ้ามีจำนวนมาก ในกรณีนี้ไม่จำเป็นต้องมี Artikel) จะต้องมี Artikel , จำนวน หรือ ตัวเลข หรือไม่ก็ Possessivpronomen (การแสดงความเป็นเจ้าของ ลายระเอียดเพิ่มเติมในบทความแยก) นำหน้าทุกครั้ง แต่บางครั้งเราอาจจะไม่เห็น Artikel เพราะมันถูก”ซ่อน” หรือว่า ถูกรวมกับคำอื่น ตัวอย่างเช่น Der Ball geht ins Tor. [แดร์-บัล-เกท-อินส-ทอร์] แปลว่า ลูกบอลเข้าประตู จะเห็นได้ว่าก่อน Tor ซึ่งเป็นคำนาม ไม่มี Artikel แต่มีคำว่า ins ซึ่งย่อมาจาก in + das บางคนมาถึงตรงนี้อาจจะบอกว่า ยิ่งอ่านยิ่งปวดหัว ไม่เป็นไรครับ ยังไม่ต้องใส่ใจกับพวกนี้มากก็ได้ อยากที่บอกครับ ในบทความนี้ ผมอยากให้ผู้อ่านได้ทำความรู้จักกับตัว Artikel ให้รู้ว่ามีกี่ชนิด มีอะไรบ้าง ตัวไหน ใช้กับเพศไหน แค่นี้ก็พอละครับ

*อะไรที่มีหลายอัน ถือว่ามี unbestimmtes Artikel อยู่แล้ว ถึงแม้ว่าจะไม่มีอะไรนำหน้าก็ตาม โดยทั่วไปแล้วจะมีความแบบรวมๆ อย่างเช่น Hunde haben vier Beine. [ฮุน-เด่-ฮา-เบ่น-เฟียร์-ป๋าย-เน่] แปลว่า สุนัขมีสี่ขา โดยไม่ได้เจาะจงว่าสุนัขตัวไหน จะมีความหมายประมาณว่า ปกติสุนัขมีสี่ขา

ตอนนี้เราก็รู้จัก คำนาม กับ Artikel แล้ว แล้วรู้ว่าคำนามนั้นมีเพศ เอ๊ะ แต่จะรู้ได้ยังไงว่า คำไหน เพศ อะไร
อันนี้ผมบอกได้คำเดียวครับ ต้องท่องจำอย่างเดียว อ่านมากๆ อะไรที่มันผ่านตาเราบ่อยๆเราจะจำได้เองครับ เริ่มจากคำง่ายๆ  ตอนที่ผมหัดเรียนใหม่ๆ ผมต้องหัดเขียน คำนาม พร้อม Artikel คำละเป็นสิบบรรทัด ตอนแรกก็จำไม่ได้หรอกครับ แต่พอนานเข้าๆมันก็จำได้เอง

แต่มันก็มีหลักการเดานะครับ ว่าคำไหนเพศอะไร
ส่วนใหญ่พวกคำที่ลงท้ายด้วย –e, -ion, -in จะเป็นเพศหญิง คำที่ลงท้ายด้วย –er จะเป็นเพศชาย แต่ก็ไม่เสมอไปนะครับ ผมถึงได้ใช้คำว่าส่วนใหญ่ ความจริงมีมากกว่า ไว้ผมจะหารายชื่อวิธีสังเกตุมาให้นะครับ

บทนี้ผมไม่มีแบบฝึกหัดให้นะครับ แต่แนะนำให้หาศัพท์ง่ายๆ เช่น สิ่งของรอบตัวเรา อย่าง ดินสอ ปากกา ยางลบ ตู้ โต๊ะ บ้าน รถ แล้วไปหาใน Google ดูว่าคำๆนั้นภาษาเยอรมันแปลว่าอะไร แล้วมีเพศอะไร ถ้าจะให้ดีก็เขียนด้วยครับ สักคำละสิบรอบ ทำแบบนี้วันละครั้ง หรือสองสามวันครั้งก็ได้ครับ เดี๋ยวก็จะจำได้เองว่าคำไหน เพศอะไร

nack

วันจันทร์ที่ 2 มกราคม พ.ศ. 2555

บทที่ 2.1 คำนาม Nomen

หลังจากที่ได้ทำความรู้จักกับตัวอักษรเยอรมันกันไปแล้ว
ในบทความนี้เรามาทำความรู้จักกับหมวดหมู่ของคำศัพท์ในเยอรมันว่ามีอะไรบ้างนะครับ

วันนี้เรามาทำความรู้จักกับ คำนาม กันครับ

Nomen [โน-เม่น] หรือ Hauptwort [เฮ๊าป์-วอท] หรือ Substantiv [ซุ๊บ-ชะ-ทัน-ทีฟ] สามคำนี้มีความหมายเหมือนกันหมดเลยนะครับ Nomen ก็คือ คำนาม ในภาษาไทย หรือ noun ในภาษาอังกฤษนั่นเอง หากคุณไม่รู้ว่าคำนามคืออะไร ผมแนะนำให้กลับไปเรียนภาษาไทยมาใหม่นะครับ ล้อเล่นนะครับ XD คำนามก็คือ สิ่งของ และ คำที่ขึ้นต้นด้วย การ หรือ ความ นั่นเองอย่างเช่น มะขาม บ้าน ความขี้เกียจ การกระทำ เป็นต้นนะครับ คำพวกนี้คือคำนามหมดเลย

การสังเกตุว่าคำไหนคือคำนามในภาษาเยอรมันนั้นไม่ยากครับ ถึงแม้ว่าเราไม่รู้ความหมายของคำๆนั้นก็สามารถบอกได้ว่าคำๆนั้นเป็นคำนาม หลักสังเกตุง่ายๆมีดังนี้ครับ
1. คำนามจะมี Artikel [อาร์-ติ-เคิ้ล] นำหน้าเสมอ Artikel คือคำนำหน้าคำนาม รายละเอียดเกี่ยวกับ Artikel ผมขอเขียนเป็นบทความแยกนะครับ เพราะถ้าอธิบายตอนนี้ เดี๋ยวจะงงกัน คำนามยังไม่รู้ว่าคืออะไร เอา Artikel โยนมาให้อีก เอาค้อนมาทุบให้กันเลยดีกว่ามั้ย XD
2. คำนามทุกคำ ย้ำนะครับ ทุกคำ จะขึ้นต้นด้วยตัวใหญ่ เพราะฉนั้น คำไหนที่ตัวเล็ก เราสามารถรู้ได้เลยว่าคำๆนั้นไม่ใช่คำนามแน่นอน

ทีนี้เราก็พอจะรู้จัก คำนาม หรือว่า das Nomen กันคร่าวๆแล้วนะครับ
ผมมีแบบฝึกหัดเล็กให้สำหรับผู้ที่สนใจนะครับ ทำเสร็จแล้วสามารถส่งมาให้ผมตรวจได้ที่
chillzblog01@gmail.com นะครับ

แบบฝึกหัดนี้ไม่ยากครับ ผมมีบทความง่ายๆให้คุณข้างล่างนี้ คุณไม่จำเป็นต้องรู้ความหมายของบทความ หรือว่าคำแต่ละคำก็ได้นะครับ คุณแค่ต้องบอกว่าคำไหนเป็นคำนามบ้าง เมื่อทำเสร็จแล้วก็ส่งมาให้ผมตรวจได้ครับ แต่ถ้าขี้เกียจ หรือ ไม่มีอารมทัน เพราะแบบฝึกหัดมันง่ายเกิน ก็ไม่เป็นไรครับ XD

Ein kleines Mädchen, dem seine Großmutter einst eine rote Kappe geschenkt hatte, wird von der Mutter geschickt, der in einem Haus im Wald wohnenden, bettlägerig kranken Großmutter einen Korb mit Leckereien zu bringen. Im Wald lässt sich Rotkäppchen auf ein Gespräch mit einem Wolf ein, obwohl es von seiner Mutter zuvor eindringlich davor gewarnt wurde. Der Wolf horcht Rotkäppchen aus und überredet es, noch einen Blumenstrauß zu pflücken, was Rotkäppchen trotz Warnung der Mutter tut. Der Wolf verabschiedet sich, eilt zur Großmutter und frisst sie. Er legt sich in Großmutters Nachthemd in Großmutters Bett und wartet auf Rotkäppchen. Bald darauf erreicht Rotkäppchen das Haus, tritt ein, und begibt sich in (Perrault) beziehungsweise an (Grimm) Großmutters Bett. Dort wundert sich Rotkäppchen über die Gestalt ihrer Großmutter, erkennt aber nicht den Wolf, bevor es von diesem ebenfalls gefressen wird.
Hier endet das Märchen bei Perrault. Bei den Grimms werden beide Opfer von einem Jäger aus dem Bauch des Wolfes befreit, dieser näht dem Wolf anstatt dessen Steine in den Bauch. Vom Gewicht der Steine kann der Wolf nicht fliehen und stirbt. In der italienischen Version Die falsche Großmutter befreit sich Rotkäppchen durch ihre eigene Schlauheit und flieht. Der Wolf stirbt anschließend.

บทความนี้ผมเอามาจาก http://de.wikipedia.org/wiki/Rotk%C3%A4ppchen

คือไม่ต้องเครียดนะครับ ที่เราทำเพราะเราอยากทำ เราไม่ได้ทำแข่งใคร หรือว่าถ้าทำผิดแล้วจะโดนลงโทษอะไร ไม่มีครับ แค่คุณส่งเมลล์มาผมก็ดีใจแล้วที่มีคนสนใจ ไม่มีใครทำถูกทุกอย่างตั้งแต่แรกครับ เพราะฉนั้น ทำแบบ ชิวๆ :D

เอ้อ ลืมไปอย่างครับ ถ้าส่งอีเมลล์มาก็เขียนหัวข้อด้วยนะครับ ว่า บทที่ 2.1 คำนาม ประมาณนี้นะครับ
ไว้ติดตามความต่อไปของผมได้ครับ

nack

วันอาทิตย์ที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2555

บทที่ 1.1 ตัวอักษรเยอรมัน

ในบทความนี้เรามาทำความรู้จักกับ
ตัวอักษรเยอรมัน หรือ das deutsche Alphabet [ดาส ด้อยเช่ อัลฟ่าเบต] และวิธีออกเสียงของตัวอักษานั้นๆกันครับ
วิธีอ่านตารางข้างล่างนะครับ ตัวแรก จะเป็นตัวอักษรเยอรมัน ส่วนที่อยู่ใน [] จะเป็นการออกเสียงของตัวอักษรนั้น แล้วสุดท้ายจะเป็นการเปรียบเทียบว่าตัวอักษรภาษาเยอรมันตัวนั้นเทียบได้กับอักษรตัวไหนในภาษาไทย
a [อา] สระ -า
b [เบ] บ
c [เซ] ซ
d [เด] ด
e [เอ] สระ เ-
f [เอฟ] ฟ
g [เก] ก
h [ฮา] ฮ
i [อี] สระ -ิ
j [โย้ด] ย
k [คา] ค
l [เอล] ล
m [เอ็ม] ม
n [เอ็น] น
o [โอ] สระ โ-
p [เพ] พ
q [คู] ค
r [แอร์] ร
s [เอส] ส
t [เท] ท
u [อู] สระ -ู
v [เฟา] ฟ
w [เว] ว
x [เอ็กซ์] คซ์
y [อึ๊บ-ซี-ลอน] ย, สระ -ื
z [แซ็ตส์] ซ

นอกจากนี้ยังมีตัวอักษาพิเศษ ß ตัว Eszett [เอส-เซ็ต] หรือ Scharf-S [ชาฟ-เอส] ตัวนี้จะเปรียบเหมือนตัว s สองตัวติดกันนะครับ ss
นอกจากตัว ß แล้วยังมี ä , ö , ü อีก ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับตัวอกษรสามตัวนี้สามารถอ่านได้ที่ บทความ : Umlaut นะครับ

nack

บทที่ 1.2 Umlaut

ในบทความนี้เรามาทำความรู้จักกับ Umlaut [อุม-เล้า] กันครับ

ถ้าหากท่านเคยลองอ่านบทความภาษาเยอรมัน หรือว่ามีบทความภาษาเยอรมันผ่านตามาบ้าง
ท่านคงเคยเจอกับตัวอักษรแปลกๆเหล่านี้นะครับ ä , ö , ü
Umlaut คือจุดสองจุดที่อยู่บนตัวอักษร a , o และ u
การที่มี Umlaut อยู่บนสระ ทำให้การออกเสียงของสระตัวนั้นต่างออกไปจากเดิม
จาก a ปกติจะออกเสียงว่า [อา] แต่ถ้าเป็น ä จะออกเสียงเป็น [แอ]
จาก o ปกติจะออกเสียงว่า [โอ] แต่ถ้าเป็น ö จะออกเสียงเป็น [เออ]
จาก u ปกติจะออกเสียงว่า [อู] แต่ถ้าเป็น ü จะออกเสียงเป็น [อือ]

การเขียนตัวอักษรที่มี Umlaut ถ้าคีบอดของท่านไม่มี ä , ö , ü ให้ท่านเติมตัว e หลังตัว a , o , u เป็น ae , oe และ ue แทนนะครับ

nack

บทนำ : มาทำความรู้จักกับภาษาเยอรมันกัน

ในภาษาเยอรมันเค้าไม่เรียกภาษาเยอรมันว่าภาษาเยอรมันนะครับ
แต่จะเรียกว่าภาษา deutsch [ด้อยช์]
ภาษาเยอรมันนั้นไม่ยากครับ ถ้าหากเราตั้งใจที่จะเรียนจริงๆ
และเนื่องจากภาษาเยอรมันเป็นภาษาที่พัฒนามาจากภาษาลาตินเหมือนภาษาอังกฤษ
ทำให้ทั้งสองภาษานี้มีความคล้ายคลึงกันในบางเรื่อง
ทำให้ผู้ที่มีพื้นฐานด้านภาษาอังกฤษที่ดีอยู่แล้ว สามารถเรียนรู้ภาษาเยอรมันได้เร็วขึ้น

nack